ทัวร์ยุโรป สงกรานต์ 2555
การเดินทางท่องเที่ยว เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การเดินทางกับคนที่เรารัก เป็นความทรงจำที่มีคุณค่ายิ่งนัก
www.lofttravel.com/Call.080-291-0123
ลงโฆษณา ติดต่อ aboutatrip at hotmail.com 
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: ข้อมูลเกี่ยวกับ ตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope) คืออะไร  (Read 4444 times)
lovelove22
Newbie
*
Posts: 5



« on: October 01, 2008, 10:24:49 PM »

สวัสดีค่ะ เพื่อน พี่ น้องสมาชิกทุกท่าน
หลังจากกลับมาประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ
(หวิดจะติดค้างเพราะพายุที่เยอรมันช่วงวันกลับค่ะ)
ขอนำเสนอเรื่อง ตั๋วรถไฟยุโรป ที่ได้มีประสบการณ์
ในการตามหา ตามซื้อ และวิธีการใช้ค่ะ

[attachment=0:21wml276]E5073874-0.jpg[/attachment:21wml276]

เหตุผลในการนำเสนอคือ เข้าใจว่าคนที่รู้เรื่องนี้
มีน้อยมากค่ะ พบเห็นกระทู้สอบถามเป็นระยะ

และจริง ๆ แล้วตั๋วรถไฟยุโรปเท่าที่ดิฉันทราบ มีสองเจ้าค่ะ
คือ


ในที่นี้ดิฉันซื้อของ eurail และต่อไปขอเรียกว่า eurail ค่ะ

พูดพล่ามทำเพลงมาเยอะละ ดูรูปประกอบเลยนะค่ะ
ตามหมายเลขเลยนะค่ะ

  • Issuing Stamp คือ วันที่ออกตั๋ว
  • ชนิดของตั๋ว ในที่นี้ได้สองประเทศคือ เยอรมันและออสเตรีย
  • ชื่อและนามสกุล
  • เลขที่ passport
  • วันแรกและวันสุดท้ายที่ใช้
  • รายละเอียด วัน/เดือน ที่เดินทาง
  • Activated Stamp - สำคัญมากค่ะ
  • เลขตั๋ว

Q ตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope) สามารถซื้อได้ที่ไหน
A ลองสอบถามเอเยนซี่ทัวร์ ทั่วไปค่ะ

Q ใช้เอกสารอะไรบ้าง ในการซื้อตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope)
A สำเนา passport ค่ะ จะได้ออกตั๋วได้ตรงกับชื่อใน passport

Q ตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope) ราคาเท่าไร
A เรื่องราคาขึ้นอยู่กับ จำนวนประเทศที่เราต้องการ/จำนวนวันที่เราต้องการค่ะ เช่น ประเทศเดียว 3 วัน ก็จะถูกหน่อย ถ้า 2-3-4-5 ประเทศ ก็แพงหน่อย ดูค่าตั๋วได้ที่ http://www.eurailpass.com เลยค่ะ แล้วลองคิดกลับมาว่าเป็นเงินไทยเท่าไร ถ้าซื้อ diethelm น่าจะได้ราคาตรงตามที่แปลงสกุลเงินเลย ถ้าซื้อผ่านเอเยนซี่ก็น่าจะโดนชาร์จพองาม (ของดิฉันโดนนิดหน่อยค่ะ ไม่ว่ากันถือว่าเป็นค่าส่งตั๋วจาก กทม. มาเชียงใหม่)

อ้อ มี

  • ชั้น1 จัดที่นั่ง 2-1 ที่นั่งกว้างขวางดูดีมีชาติตระกูล
  • ชั้น 2 จัดที่นั่ง 2-2 แคบลงมาหน่อยแต่ไซซ์เอเชียยังนั่งสบาย
  • ผู้เยาว์ อายุยังไม่เกิน 26 ซื้อถูกกว่าราคาผู้ใญ่ชั้น 2 อีกหน่อย อย่างรูปตั๋วจะเป็น Adult 2ndClass ค่ะ ของคุณแฟนถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Youth Class
  • Youth จะราคาเท่ากับ Adult 2nd Class saver ค่ะ
  • ประหยัด มีแต่ชั้น 2 เดินทางพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปราคาต่อคนถูกลงอีกหน่อย แต่ต้องเดินทางพร้อมกันเท่านั้นค่ะ

Q ตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope) มีกี่แบบ อะไรบ้าง
A สำหรับ eurail มี 4 ประเภทค่ะ ได้แก่

  • Global pass ใชได้ 18 ประเทศ ดังนี้
    Austria (including Liechtenstein), Belgium, Denmark, Finland, France (including Monaco), Germany, Greece, Hungary, Italy, Luxembourg, the Netherlands, Norway, Portugal, Republic of Ireland, Romania, Spain, Sweden and Switzerland.
  • Select pass เลือกประเทศได้ 3-5 ประเทศ ที่ต้องการเดินทาง
  • Regional pass ใช้ได้สองประเทศที่มีพรมแดนติดกัน เช่น เยอรมัน-ออสเตรีย
  • National pass ใช้ในประเทศนั้น ๆ ประเทศเดียว เช่น เยอรมัน

Q อะไรสำคัญบ้างในรูป ตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope)
A หลัก ๆ เลยนะค่ะคือ
หมายเลข 1 ต้องให้เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟทำการ stamp ให้ก่อน มิฉะนั้นจะใช้ไม่ได้นะค่ะ โดยให้พร้อมกับ passport ของเรา เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าชื่อตรงกันไหมจึงจะ stamp ให้ และเขียนวันที่ลงในหมายเลขให้ว่าวันแรกวันไหน, วันสุดท้ายวันไหน

Q ตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope) ใช้อย่างไร
A หลังจากได้รับการ stamp แล้วทำการเขียนวันที่เราจะเดินทางลงในช่องหมายเลข 6 ทีละวันค่ะ (เขียนวันต่อวันก็ดีค่ะ) จากนั้นขึ้นรถไฟได้เลย อย่างดิฉันนั่ง ICE ของเยอรมัน ก็โชว์ตั๋วให้พนักงานบนรถ เขาจะ stamp ลงในช่องแรกที่เขียนวันลงไปว่า โอเคตรวจแล้วนะ แค่นั้นค่ะ เลือกที่นั่งได้ตามใจชอบแค่อย่าไปนั่งที่เขาจองไว้เท่านั้น
สามารถนั่งรถไฟได้ทุกขบวนทุกสายที่ขึ้นตรงกับการรถไฟของประเทศนั้น ๆ

Q ไม่ต้องจองที่นั่งบนตั๋วรถไฟยุโรป (eurail, raileurope) จริง ๆ เหรอ
A ธรรมดาไม่ต้องค่ะ เท่าที่ทราบมี รถนอนข้ามคืนที่ต้องจองและเสียค่าธรรมเนียมรถนอนเพิ่มด้วย และรถชมวิวอีกประเภทนึง ส่วนรถประเภทอื่น ถ้าไม่มีที่นั่งก็บนกระเป๋าเดินทาง หรือนั่งกับพื้นเลยก็ได้ ไม่มีใครว่า
ถ้าอยากมีที่นั่งเสียค่าประมาณ 3-5 ยูโรค่ะ จองก่อนเดินทาง 1 วัน

*หมายเหตุ ไม่แน่ใจค่ะว่า TGV ต้องจองไหม

ตัวหนังสือเริ่มเยอะ พักก่อนนิดนึงค่ะ
Logged
lovelove22
Newbie
*
Posts: 5



« Reply #1 on: October 01, 2008, 10:34:25 PM »

Q ใช้ได้กับรถไฟทุกขบวนจริง ๆ นะ
A จริง ๆ ค่ะ ตามคู่มือบอกไว้ว่า รถไฟที่ขึ้นกับการรถไฟของประเทศนั้น ๆ ค่ะ ไมนับรถราง, รถเมล์หรือเรือ จะมีส่วนลดบ้างแต่ดิฉันไม่ได้ใช้ค่ะ

Q มีเทคนิคอะไรป่าว
A มีค่ะ อย่าง ICE ที่ดิฉันใช้บ่อย ๆ จะมีป้ายจองเช่น
(สมมติ) รถวิ่ง Frankfurt-Karlule-Freiburg-Basel
ที่นั่งเขียนว่า Frankfurt - Karlrule ถ้าคนที่นั่งตรงนั้นลงไปแล้ว แต่เรายังไม่ลง ที่นั่งนั้นก็เป็นของเราแล้วค่ะ สามารถไปนั่งได้ตั้งแต่ Karlule จนสุดสายได้เลย

Q มีข้อควรระวังไหม
A มีค่ะ อย่างที่บอกไว้ตอนต้นคือ ต้องทำการ activated ตั๋วก่อน และ อย่าทำหายนะค่ะสำคัญมาก เพราะเท่าที่เจอมาเจ้าหน้าที่บนรถจะไม่สนใจ passoprt เราเลย (ยื่นให้พร้อมตั๋ว) จะดูแต่ตั๋วผ่านการ stamped ของวันนั้นแล้วหรือยังแค่นั้น ถ้าหายและคนอื่นเก็บได้ ถ้าดิฉันดำ ๆ สามารถโดนนำไปใช้ต่อได้เลย
และ
ถ้าทำการ stamped ของวันนั้นแล้วในการเดินทางครั้งแรกของวัน ระวังอย่าให้พนักงานบนรถของขบวนต่อไป stamped อีก มิฉะนั้นจะเสียวันเดินทางไปฟรี ๆ

ข้อแนะนำ
- เขียนวันที่เราเดินทางลงในช่องหมายเลข 6 ชัด ๆ
- หาชานชลาดี ๆ อย่าขึ้นผิดขบวน ถ้าขบวนท้องถิ่นยังพอลงทันที่สถานีหน้าไม่ไกลมาก ถ้าขึ้นรถไฟความเร็วสูงผิดละก็...กว่าจะได้ข้ามเมืองเลยค่ะ
- ตกรถไม่ต้องตกใจ รถไฟมีออกเรื่อย ๆ กดดูตามตู้ของสถานีได้ ถามเจ้าหน้าที่ที่เคาเตอร์ก็ได้

ข้อดีของการเดินทางด้วยรถไฟยุโรปด้วยตั๋วรถไฟยุโรป
- ไม่ต้องจองตั๋วล่วงหน้า
- ตอนซื้อเหมือนจะแพง แต่รับรองคุ้มค่ะ ดิฉันซื้อ 2 ระเทศ 5 วัน 220 ยูโร
นั่งจาก Freiburg(Germany)-->Wien (Austria) ก็ 139 ยูโรแล้ว นั่งกลับมาอีก
ใช้ไปแค่สองวันก็เกินค่าตั๋วแล้วค่ะ
- ตกรถไม่ต้องกลัวมีออกเรื่อย ๆ
- ที่นั่งโอเค ถ้าได้นั่งเบาะ ถึงไม่ได้นั่งก็ยืนได้
- รถไฟสะอาดอย่าเอาเทียบกับ รฟท. ไม่ได้เสี้ยว
- ห้องน้ำก็สะอาดค่ะ เข้าตอนจอดสถานีก็ได้มีถังพัก มิได้โจมตีลงพื้นสถานีตรง ๆ  แบบ รฟท.
- ตรงเวลามาก ๆ ๆ ๆ เคยเจอมากสุดมาช้า 5 นาที แต่ไปถึงสถานีปลายทางตรงเวลา...
- นั่งข้ามประเทศก็ชิว ๆ อย่างที่เยอรมันตามสถานีรถไฟมีตู้กดเส้นทางค่ะ เช่น ดิฉันนั่งจาก Freiburg --> Wien จะมีบอกเลยว่าขึ้นขบวนไหน ชานชลาไหน ออกกี่โมง ถึงกี่โมง จำได้ว่าออก Freiburg เช้า ๆ ถึง Wien ห้าโมงกว่า เปลี่ยนรถ 2-3 ครั้ง สนุกมากค่ะ หรือดูจาก web ก็ได้ ของเยอรมันคือ www.bahn.de เพียงใส่ชื่อสถานีต้นทางและปลายทางเท่านั้น
Logged
mapmor
Newbie
*
Posts: 5


« Reply #2 on: October 01, 2008, 10:37:04 PM »

ขอบคุณค่ะ  ข้อมูลนี้มีประโยชน์จริงๆค่ะ

ขออนุญาตเสริมข้อมูลบางอย่างนะคะ ข้อมูลบางส่วนเอามาจากรีวิวที่เคยทำไว้เมื่อตอนเดินทางไป Czech, Austria, Hungary เมื่อปีที่แล้วค่ะ

บนรถไฟโดยส่วนใหญ่ จะแบ่งเป็นห้องๆเรียกว่า Compartment ในแต่ละ Compartment ของ 2nd class จะประกอบไปด้วยที่นั่ง 6 ที่นั่ง แถวละ 3 ที่หันหน้าเข้าหากัน มีชั้นวางสัมภาระเหนือที่นั่ง ที่นั่งปรับเอนนอนได้ (เอนได้เยอะมากๆค่ะ) พนักรองศีรษะก็สามารถปรับขึ้น-ลงได้ มีสวิชไฟสำหรับแต่ละ Compartment

แต่รถไฟบางขบวนก็ไม่ได้มีที่นั่งเป็นห้องๆแบบนี้ ต้องดูตัวเลขที่ติดอยู่หน้าแต่ละห้องด้วยว่าเป็น Compartment สำหรับ 1st class หรือ 2nd class แล้วเลือกนั่งตามชั้นที่ตั๋วเราระบุ

ถ้าไม่ได้จอง seat ไว้ก็ให้เลือกที่นั่งตามชอบ โดยปรกติทั่วไปตามที่เราเข้าใจคนเขาจะไม่จอง seat กัน เพราะต้องเสียค่าจองด้วย ก่อนเข้าไปนั่งในที่นั่งที่เราถูกใจ ให้ดูด้วยว่าที่นั่งถูกจองไว้หรือเปล่า โดยดูที่หมายเลขที่นั่งที่ติดไว้หน้า Compartment ถ้าเป็นที่นั่งที่ถูกจองไว้แล้ว จะมีป้ายกระดาษเสียบไว้ที่หมายเลขนั้นๆ ระบุว่าที่นั่งนั้นได้ถูกจองไว้จากที่ไหน ไปถึงที่ไหน

ยกตัวอย่างเช่น สมมติรถไฟขบวนนี้วิ่ง Vienna – Linz – Salzburg เรานั่งแค่จาก Linz – Salzburg ถ้าป้ายจองระบุว่า Vienna - Linz และเราไม่ได้ขึ้นรถจากต้นทางที่ Vienna แต่เราขึ้นรถจากที่ Linz เพื่อไป Salzburg นั่นหมายความว่าเราสามารถนั่งที่นั่งนี้ได้ เพราะเจ้าของที่นั่งได้นั่งที่นั่งนี้จาก Vienna และได้ลงรถที่ Linz ไปแล้ว ถ้าไม่ได้ดูแล้วเข้าไปนั่งที่ที่มีเจ้าของแล้ว พอเจ้าของจริงมา เขาสามารถขอให้คุณลุกได้ เพราะเป็นที่ของเขา เป็นสิทธิ์ของเขา พอถึงตอนนั้น คุณอาจไม่สามารถหาที่นั่งดีๆได้อีก

บนรถไฟแต่ละขบวน มีห้องน้ำที่สะอาดมาก พร้อมกระดาษชำระให้เรียบร้อย ดีมากๆเลยคะ

เกือบลืม เรื่อง activate ตั๋วครั้งแรกก่อนใช้ค่ะ
ตอนที่เราเดินทาง เราใช้ Austrian Pass เท่ากับเป็น National pass ตามที่  ได้แนะนำไว้ข้างต้น (เป็น pass ที่ได้มากับ package ที่เราใช้เดินทางของ Austrian Airlines) ซึ่งเราจะต้องทำการ activate pass เพื่อขึ้นรถไฟเป็นครั้งแรกที่สถานีรถไฟ Linz เราไม่เคยใช้บัตร pass แบบนี้นั่งรถไฟในยุโรปกันมาก่อน ตอนที่ได้บัตร pass มาจาก agency มีคู่มือการใช้ pass ติดมาด้วยเล่มนึง ในนั้นเขียนย้ำนักย้ำหนาว่าเราต้อง activate ตั๋วก่อนขึ้นรถ  

ดังนั้น ในวันแรกที่เราใช้ pass เดินทางที่สถานีรถไฟ Linzพวกเราจึงเดินตรงไปที่ information counter เพื่อสอบถามว่าเราจะ activate ตั๋วได้ยังไง เจ้าหน้าที่ที่ information counter ดูบัตร pass ของเราซักครู่ แล้วตอบว่า ไม่ต้องทำอะไร ให้เรากรอกวันที่ที่จะเดินทางได้ด้วยตัวเอง แล้วขึ้นรถขบวนที่ต้องการได้เลย

เราเริ่มลังเล เพราะคำตอบที่ได้มันขัดกับสิ่งที่คู่มือเขียนไว้ เราจึงหยิบเอาคู่มือออกมาชี้ให้เจ้าหน้าที่ดู เจ้าหน้าที่อ่านซักพักแล้วบอกให้เราเข้าไปติดต่อที่ห้องซึ่งติดป้ายไว้ว่า OBB ดูจากลักษณะเข้าใจว่าเป็น office ขายตั๋ว พวกเราก็เข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ทำการ activate ตั๋วให้เราทันที

โชคดีที่เราศึกษาไปก่อน ถ้าเราเชื่อคำแนะนำแรกของ information counter ไม่ได้  activate pass ก่อนกระโดดขึ้นรถไฟ ต้องโดนปรับมหาศาลแน่เลยค่ะ

ตรงช่องหมายเลข 6 ตามรูปแรก ต้องเขียนวันที่เราใช้เดินทางก่อนที่คนตรวจตั๋วมาตรวจนะคะ ข้อนี้มีระบุไว้บน condition ตั๋วด้วยค่ะ เขียนวันต่อวันจะดีกว่าค่ะ อย่าเพิ่งเขียนไปทั้งหมด เผื่อเปลี่ยนแผนเดินทางกระทันหัน

เอ...ไม่แน่ใจนะคะ รถอย่าง TGV จะใช้ passได้เหรอคะ เข้าใจว่าไม่ได้อ่ะค่ะ แต่ไม่แน่ใจนะคะ เอาไว้เช็คข้อมูลอีกทีค่ะ

ยืนยันค่ะ ว่ามันเป็นการเดินทางที่สะดวกมากมาก
Logged
About a Trip เว็บบอร์ด ท่องเที่ยวต่างประเทศ ทัวร์ต่างประเทศ รีวิวสายการบิน ตั๋วเครื่องบิน รีวิวโรงแรม
   


การเดินทางท่องเที่ยว เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การเดินทางกับคนที่เรารัก เป็นความทรงจำที่มีคุณค่ายิ่งนัก
www.lofttravel.com/Call.080-291-0123
ลงโฆษณา ติดต่อ aboutatrip at hotmail.com 
 Logged
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to: