สายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) และเจ็ทสตาร์ (Jetstar) 2 เสือผู้นำการบินราคาประหยัดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จับมือเป็นพันธมิตร ประกาศกลยุทธ์ลดราคาตั๋วเดินทางให้ถูกและคุ้มค่ากว่าเดิม ซึ่งเป็นผลจากการวางแผนร่วมกันกำหนดเครื่องบินที่มีคุณสมบัติเฉพาะให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่เดินทางกับสายการบินราคาประหยัด แต่เพิ่มศักยภาพและนวตกรรมการให้บริการอันสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยมี “อลัน จอยซ์” ซีอีโอสายการบินแควนตัส ”บรู๊ซ บูชานัน” ซีอีโอสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) และ “โทนี่ เฟอร์นันเดรส” ซีอีโอกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) ร่วมแถลงข่าวข้อตกลงที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
โทนี่ เฟอร์นันเดรส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) กล่าวว่า ความร่วมมือและการลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการรักษาความเป็นผู้นำสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกของแอร์เอเชีย (AirAsia) แม้ว่าจะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลก แต่เราก็เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการร่วมกันดำเนินงาน เพื่อบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด และเป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการ ที่จะสามารถบินได้ในราคาตั๋วที่ถูกลงกว่าเดิม
ด้านบรู๊ซ บูชานัน ซีอีโอสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ถือเป็นการสร้างความเข้มแข้งในการควบคุมต้นทุนต่างๆ ของสายการบินราคาประหยัดให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้ลดต้นทุนได้สูงถึงปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้เจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) จะพุ่งเป้าร่วมกันพัฒนาฝูงบินที่ทันสมัยและมีศักยภาพ ตอบสนองผู้ใช้บริการสายการบินราคาประหยัด จึงมั่นใจได้ถึงผลสำเร็จครั้งนี้แน่นอน
มร.อลัน จอยซ์ ซีอีโอสายการบินแควนตัส กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ส่งผลดีกับทั้งสองสายการบินในการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีภาวะการแข่งขันเติบโตสูงที่สุดในโลก โดยจะทำให้สามารถเจาะกลุ่มตลาดได้ง่ายขึ้น จากจุดเด่นที่มีเที่ยวบินมากกว่า และราคาค่าโดยสารที่ประหยัดกว่าสายการบินอื่นๆ
“แอร์เอเชีย (AirAsia) และเจ็ทสตาร์ถือผู้บุกเบิกพัฒนาการบินระยะไกลราคาประหยัด ซึ่งการเป็นพันธมิตรครั้งนี้เป็นการพลิกโฉมรูปแบบพันธมิตรแบบเดิมสู่แบบใหม่ ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาครั้งนี้มีขอบเขตที่น่าสนใจต่างๆ ทั้งการร่วมกันกำหนดลักษณะฝูงบินที่มีศักยภาพและออกแบบตอบสนองกับความต้องการของโลว์คอสมากที่สุด การพัฒนาระบบการบริหารลานจอดและขนส่งสัมภาระ ระบบบริหารด้านวิศวกรรมและการซ่อมบำรุงต่างๆ การใช้คลังอุปกรณ์เครื่องบินร่วมกัน รวมทั้งระบบจัดการดูแลและถ่ายโอนผู้โดยสารของทั้งสองสายการบิน เป็นต้น
สำหรับพันธมิตรสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกของโลก ประกอบด้วยสองสายการบินราคาประหยัดชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยมุ่งสร้างโอกาสในการลดต้นทุนในการดำเนินงาน และการประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ต่อลูกค้าทั่วภูมิภาคดังกล่าว ทั้งนี้ ทั้งสองสายการบินจะร่วมมือกันกำหนดคุณสมบัติจำเพาะของเครื่องบินขนาดลำตัวแคบรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเดินทางกับสายการบินค่าโดยสารราคาประหยัดได้อย่างตรงจุด รวมทั้งมองหาช่องทางในการสั่งซื้อเครื่องบินร่วมกัน
มร. อลัน จอยซ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินแควนตัส มร. บรูซ บิวคานัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) และดาตุ๊ก เสรี โทนี เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) ได้ร่วมลงนามเห็นชอบกับการก่อตั้งพันธมิตรดังกล่าว ณ กรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียในวันนี้
มร. อลัน จอยซ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการบินแควนตัส กล่าวถึงการจัดตั้งพันธมิตรการบินใหม่ว่า “จะก่อให้เกิดประโยชน์ อย่างแท้จริงต่อการดำเนินงานของสายการบินเจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดการบินที่มีการแข่งขันสูงที่สุดของโลก โดยจะช่วยให้ทั้งสองสายการบินสามารถเจาะเข้าถึงตลาดดังกล่าวได้มากขึ้น ทั้งในรูปของการขยายเส้นทางบินมากกว่าและการบริการด้วยค่าโดยสารที่มีราคาประหยัดกว่าสายการบินคู่แข่งรายใหญ่ต่างๆ ตลอดจนใช้ประโยชน์จากขนาดของธุรกิจของตนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
“เจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) เป็นผู้บุกเบิกริเริ่มจัดตั้งรูปแบบธุรกิจการบินระยะไกลที่มีค่าโดยสารราคาประหยัด การประกาศจัดตั้งพันธมิตรการบินใหม่ในวันนี้เป็นการพลิกรูปแบบพันธมิตรการบินจากแบบเดิมสู่พันธมิตรการบินแบบใหม่ที่มุ่งเน้นลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สำหรับตลาดการบินในภูมิภาคเอเชียเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างเด่นชัดและมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตลอดปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีสภาวะการดำเนินงานที่ยากลำบาก แต่มีการคาดการณ์ว่า จะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ดังนั้น การผนึกกำลังเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะมอบโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้างความคุ้มค่าสูงสุดให้กับทั้งสองสายการบินดังกล่าวอย่างแน่นอน” มร. จอยซ์ กล่าว
สำหรับข้อตกลงในการเป็นพันธมิตรดังกล่าว ประกอบด้วย
- การกำหนดคุณลักษณะของฝูงบินในอนาคตร่วมกัน — ทั้งเจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) จะร่วมกันมองหาลู่ทางในการจัดซื้อเครื่องบินขนาดลำตัวแคบรุ่นใหม่ร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานอันเป็นผลเนื่องมาจากการมียอดสั่งซื้อที่สูงจะทำให้ราคาลดลง ตลอดจนร่วมกำหนดแนวทางการออกแบบคุณลักษณะของเครื่องบินให้มีการดำเนินงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ลดลง
- บริการผู้โดยสาร สัมภาระ และเครื่องบินภายในสนามบิน — พัฒนาความร่วมมือในการยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสาร การจัดการสัมภาระและเครื่องบินภายในสนามบินในประเทศออสเตรเลียและภูมิภาคเอเชีย
- ใช้อุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องบินและบริการซ่อมบำรุงร่วมกัน — ใช้คลังอุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องบินร่วมกัน
- ใช้บริการซ่อมบำรุงร่วมกัน — ใช้บริการวิศวกรรมและซ่อมบำรุงร่วมกัน โดยเจ็ทสตาร์ยังคงมุ่งใช้ระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย และ
- ระบบบริหารจัดการผู้โดยสาร — กำหนดแนวทางการบริหารจัดการผู้โดยสารบนเครือข่ายเส้นทางบินของเจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) (อาทิ การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารในการเปลี่ยนเที่ยวบินของสายการบินอื่น)
ด้านมร. บรูซ บิวคานัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากความต้องการ ลดต้นทุนของทั้งสองสายการบิน เพื่อตอกย้ำปณิธานของเจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) ที่มุ่งมอบค่าโดยสารราคาประหยัดให้แก่ผู้โดยสาร” และเสริมว่า “ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เจ็ทสตาร์ได้ลดต้นทุนที่สามารถควบคุมได้สูงถึงปีละ 5% สำหรับการจัดตั้งพันธมิตรการบินใหม่ดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุดหน้าอีกขั้นทางด้านการจัดการต้นทุนและการมอบค่าโดยสารราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง ในอนาคต เจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) จะร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินพัฒนาฝูงบินใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการทำธุรกิจของทั้งสองบริษัทต่อไป”
มร. โทนี เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) มองว่า การจัดตั้งพันธมิตรการบินใหม่ครั้งนี้เป็นก้าวที่รุดหน้าอีกขั้นในการดำเนินกลยุทธ์ของแอร์เอเชีย (AirAsia) เพื่อครองความเป็นผู้นำในตลาดสายการบินต้นทุนต่ำของโลก
“แอร์เอเชีย (AirAsia) เชื่อมั่นว่า การผนึกกำลังร่วมกันครั้งนี้จะส่งผลให้แอร์เอเชีย (AirAsia) สามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสายการบินต้นทุนต่ำระดับโลก แม้ว่าจะต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เรามีนโยบายที่มุ่งควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุดเพื่อมอบค่าโดยสาราคาประหยัดสุดให้แก่ผู้โดยสารต่อไปอย่างต่อเนื่อง” มร. เฟอร์นานเดส กล่าว
“การผนึกกำลังร่วมกับเจ็ทสตาร์ครั้งนี้จะช่วยให้เรามองหาลู่ทางความร่วมมือในการดำเนินงาน ตอกย้ำปรัชญาในการทำธุรกิจของแอร์เอเชีย (AirAsia) และเจ็ทสตาร์ที่มุ่งให้บริการที่เปี่ยมประสิทธิภาพด้วยต้นทุนต่ำและมีค่าโดยสารราคาประหยัดแก่ผู้โดยสาร” มร. เฟอร์นานเดส กล่าวปิดท้าย
เจ็ทสตาร์และแอร์เอเชีย (AirAsia) มีรายได้รวมกันทั้งสิ้น 3,000 ล้านเหรียญออสเตรเลียในปีงบประมาณ 2552
*บริการร่วมกันดังกล่าวขึ้นอยู่กับการอนุมัติตามระเบียบข้อบังคับทางการบิน
ข้อมูลเบื้องต้น
เกี่ยวกับเจ็ทสตาร์ (Jetstar)
เจ็ทสตาร์คือสายการบินต้นทุนต่ำในเครือของแควนตัส กรุ๊ป โดยมีแควนตัส กรุ๊ปเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด แต่มีคณะผู้บริหารคนละชุดกับแควนตัส เจ็ทสตาร์มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2547 และได้ก้าวขึ้นเป็นสายการบินระยะไกลและมีต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งยังมีความคุ้มค่าในแง่ของรายได้สูงสุดของโลก นับตั้งแต่เปิดดำเนินการจนถึง ณ ขณะนี้ บริษัทได้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารรวมทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านคน
เจ็ทสตาร์มีเที่ยวบินภายในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เที่ยวบินระหว่างประเทศจากประเทศออสเตรเลียสู่จุดหมายปลายทางต่างๆ และบริการภาคพื้นดินด่วนพิเศษในประเทศออสเตรเลีย สำหรับสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) เอเชีย/แวลูแอร์ (ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์) และเจ็ทสตาร์ (Jetstar) แปซิฟิก (ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศเวียดนาม)
มีแควนตัส กรุ๊ปเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ 27% ตามลำดับ
เจ็ทสตาร์ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตแบบ 2 แบรนด์ของกลุ่มแควนตัส ซึ่งประกอบด้วยการเป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยม (สายการบินแควนตัส) และสายการบินต้นทุนต่ำ
ปัจจุบัน เจ็ทสตาร์ (Jetstar) กรุ๊ปมีฝูงบินรวมทั้งสิ้น 60 ลำ ได้แก่ เครื่องบินตระกูลเอ320 จำนวน 48 ลำ (ซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินเอ320 จำนวน 34 ลำ และเอ321 จำนวน 5 ลำ ของสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) ออสเตรเลีย เครื่องบินเอ320 จำนวน 8 ลำของสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) เอเชีย และเครื่องบินเอ320 จำนวน 1 ลำของสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) แปซิฟิก) เครื่องบินเอ330-200 ระยะไกลจำนวน 7 ลำ และเครื่องบินบี737-400 อีก 5 ลำซึ่งประจำการในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ เจ็ทสตาร์ยังได้สั่งซื้อและมีสิทธิ์จองซื้อเครื่องบินใหม่อีก 100 ลำ
ปัจจุบัน เจ็ทสตาร์ให้บริการเที่ยวบินรวมทั้งสิ้นสัปดาห์ละ 1,900 เที่ยวสู่จุดหมายปลายทางมากกว่า 50 แห่งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
เจ็ทสตาร์เป็นสายการบินที่ได้รับรางวัลนานาประเภท ทั้งยังได้รับเลือกจากสกายแทร็กซ์ให้เป็นสายการบินต้นทุนต่ำดีเด่นของโลกในปี 2550 สำหรับเว็บไซด์ Jetstar.com ของเจ็ทสตาร์ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเว็บไซด์การเดินทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก
เกี่ยวกับแอร์เอเชีย (AirAsia) และแอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X)
แอร์เอเชีย (AirAsia) คือสายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย มีเครือข่ายเส้นทางบินมากที่สุดรวมทั้งสิ้น 113 เส้นทางสู่จุดหมายปลายทางมากกว่า 60 แห่ง แอร์เอเชีย (AirAsia) เปิดดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 8 ปี ให้บริการรับส่งผู้โดยสารมากกว่า 75 ล้านคนและมีฝูงบินที่ขยายตัวจากจำนวน 2 ลำในระยะเริ่มต้นดำเนินการสู่ 85 ลำในปัจจุบัน ปัจจุบัน แอร์เอเชีย (AirAsia) มีความภาคภูมิใจที่ได้ขึ้นแท่นเป็นสายการบินแห่งภูมิภาคอาเซียน (โดยเป็นสมาชิกของสมาคมกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และมีสำนักงานในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย พร้อมทั้งมีเครือข่ายเส้นทางบินครอบคลุมทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน จีน อินเดีย บังคลาเทศและศรีลังกา แอร์เอเชีย (AirAsia) มีเครือข่ายการบินสู่จุดหมายปลายทางมากที่สุด และมีจำนวนเที่ยวบินมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน แอร์เอเชีย (AirAsia) ได้รับรางวัลสายการบินต้นทุนต่ำที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2552 จากการสำรวจสายการบินดีเด่นทั่วโลกของสกายแทร็กซ์
สายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) ยังได้รับรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกจากการมอบรางวัลประจำปี ให้กับสายการบินระดับโลกที่จัดโดย Skytrax แอร์เอเชีย (AirAsia) เพิ่งได้รับรางวัล "สายการบินแห่งปี" สำหรับปี 2009 โดย ศูนย์การบินแห่งเอเชียแปซิฟิก เมื่อเร็วๆ นี้แอร์เอเชีย (AirAsia) ยังได้รับรางวัลสายการบินโลวคอสต์ที่ดีที่สุด ในโลกจากการ สำรวจของสกายแทรกประจำปีนี้ และยังได้รับรางวัลสายการบินโลวคอสต์ที่ดีที่สุดในเอเชียเป็นครั้งที่สามจากทีทีจี ซึ่งเป็นสำนักข่าวท่องเที่ยวชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการบินแอร์เอเชีย (AirAsia) กรุณาเยี่ยมชมเว็ปไซต์
www.airasia.com